ทุกปีในช่วงต้นปี คนไทยหลายล้านคนยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บางคนได้รับเงินคืน บางคนต้องจ่ายเพิ่ม แต่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่จ่ายภาษีมากกว่าที่ควรจ่าย เพียงเพราะไม่รู้จักค่าลดหย่อนที่มีสิทธิ์ใช้ บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว
เข้าใจโครงสร้างภาษีเงินได้ไทย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยใช้ระบบอัตราก้าวหน้า หมายความว่ายิ่งรายได้สูง ยิ่งเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยเริ่มจาก 5% สำหรับรายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท ไปจนถึง 35% สำหรับรายได้สุทธิที่เกิน 5,000,000 บาท
"รายได้สุทธิ" คือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้ว ดังนั้นการใช้ค่าลดหย่อนให้เต็มที่จึงสำคัญมาก เพราะช่วยลดฐานภาษีโดยตรง
ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนมีสิทธิ์
ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาทต่อคน ทุกคนได้อัตโนมัติ
ค่าลดหย่อนคู่สมรส: 60,000 บาท ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้หรือเลือกยื่นรวม
ค่าลดหย่อนบุตร: 30,000 บาทต่อคน (บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้ 60,000 บาท)
ค่าลดหย่อนบิดามารดา: 30,000 บาทต่อคน สูงสุด 4 คน (บิดา-มารดาของตนเองและคู่สมรส) เงื่อนไขคืออายุ 60 ปีขึ้นไปและรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ค่าลดหย่อนจากการลงทุนและการออม
เบี้ยประกันชีวิต/สะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท สำหรับกรมธรรม์ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป
เบี้ยประกันสุขภาพ: ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับ RMF และเงินสมทบ กบข.)
กองทุน SSF: สูงสุด 30% ของรายได้ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุน RMF: สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับ PVD และ กบข.)
กลยุทธ์วางแผนภาษีที่ได้ผล
วางแผนตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่แค่ปลายปี: การซื้อประกันและกองทุนทยอยทุกเดือนดีกว่าซื้อก้อนเดียวในเดือนธันวาคม เพราะนอกจากประหยัดภาษีแล้ว ยังได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยาวกว่าด้วย
คำนวณฐานภาษีก่อนตัดสินใจ: ก่อนซื้อลดหย่อน ให้คำนวณว่าอยู่ในฐานภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะมูลค่าของการลดหย่อนขึ้นอยู่กับฐานภาษี เช่น ถ้าอยู่ในฐาน 20% การลดหย่อน 100,000 บาทช่วยประหยัดภาษีได้ 20,000 บาท
ใช้ e-Filing ผ่านเว็บกรมสรรพากร: ยื่นออนไลน์สะดวกกว่า ระบบช่วยคำนวณให้อัตโนมัติ และถ้ามีเงินคืนจะได้รับเร็วกว่ายื่นกระดาษมาก
ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ค่าลดหย่อนบางประเภทมีเพดานรวม เช่น ประกันชีวิต SSF RMF PVD รวมกันสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ดังนั้นถ้าใช้หมดแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะซื้อเพิ่ม
เงินบริจาคก็ลดหย่อนได้ โดยเฉพาะบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรที่ตรวจสอบได้ง่าย บริจาคเพื่อการศึกษาได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง สูงสุด 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
อย่าวางแผนภาษีโดยขาดทุนจากการลงทุน เพราะประหยัดภาษีได้น้อยกว่าที่เสียไปจากการลงทุนที่ผิดพลาด